17 ก.พ. 2555

ความหลังเมื่อวันวานกับ Ray Samuels "The Tomahawk" และ "The Hornet"

วันนี้นั่งค้นรูปเก่าๆ เมื่อสี่ห้าปีที่แล้ว แล้วก็บังเอิญไปเจอรูปชุดเครื่องเสียงพกพา (Portable Rig) อันเก่าที่เคยใช้เมื่อปี 2008 ตอนนี้ที่ยังอยู่ต่างประเทศ ชุดที่ผมใช้ตอนนั้นก็มีสภาพอย่างนี้ ดูข้างล่างได้เลย

เนี่ยล่ะชุดพกพาของผม ^^
iPod Touch (1G) -> Copper Interconnect -> RSA Amps -> Shure SE530, Etymotics ER4S

จำได้ว่าตอนนั้นกำลังอยู่ในช่วงบ้าพลัง โดยในช่วงปี 2008 ธุรกิจด้านหูฟังและอุปกรณ์เสริมกำลังเริ่มเติบโตแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีไม่กี่เจ้าที่ทำแอมพ์พกพากันอย่างจริงจัง ถ้าผมนึกย้อนกลับไปเท่าที่นึกออกก็จะมี RSA (Ray Samuels Audio), iBasso, GoVibe, Triad Audio, HEADAMP แล้วก็อีกสองสามแบรนด์ เรียกได้ว่าค่อนข้างจำกัด

ไม่รู้ว่าช่วงนั้นที่เมืองไทยเป็นยังไงบ้าง


"The Tomahawk"

แอมพ์พกพาตัวแรกที่ผมซื้อก็เป็น RSA "The Tomahawk" ซึ่งซื้อหลังจากได้เจ้า Shure SE530 มาซักพัก SE530 ของผมตัวนี้เป็นของล็อตแรกเลยนะ มีปัญหา plasticization ด้วย คือสายมันโดนเหงื่อมากๆ จะแข็งกลายเป็นพลาสติกและแตก T_T (แต่เคลมได้ โชคดีไป) กลับมาเข้าเรื่องดีกว่า 

เหตุผลที่ซื้อเจ้า Tomahawk ก็เพราะว่าราคา และ คุณภาพ โดยเจ้านี่ก็ราคา 10,000 - 13,000 บาท เจ้า Tomahawk ให้เสียงที่ใสแบบไม่ปรุงแต่งเสียงใดๆ ... ไม่ปรุงแต่ง คือเสียงเข้ายังไง ก็ออกอย่างงั้น แต่ตัดสัญญาณรบกวนออก ... แล้วถามว่ามันดีมั้ย? คือว่าถ้าใช้งานกับหูฟังที่ต้องการแรงขับมากกว่าที่ iPod ส่งได้มันก็จะช่วยได้ผลค่อนข้างดี ที่ผมชอบคือฟังเพลงผ่าน Tomahawk ด้วย SE530 แล้วไม่มี noise ต่างกับฟังตรงจาก iPod

โดยรวมผมแฮปปี้กับเจ้าแอมพ์ตัวแรกนี้ค่อนข้างมาก จนกระทั่งได้หูฟังใหม่มา Etymotics ER4S


"The Hornet"

เหตุผลหลักๆ ที่ซื้อแอมพ์ตัวนี้ก็เพราะต้องการเอาใช้กับหูฟัง Etymotics ER4S ซึ่งเป็นหูฟังที่หลายๆ คนชื่นชอบ มีเสียงแหลม กลาง และรายละเอียดที่ไม่สิ้นสุด แต่ "ไม่มีเบสเลย"

ส่วนเจ้า Hornet เป็นแอมพ์ที่เน้นเบสเป็นหลัก ซึ่งเป็นเสียงเบสที่ค่อนข้าง Dark ดุดัน ให้ความสะใจ ซึ่งถ้าลองเอา Hornet มาต่อกับ SE530 เสียงที่ได้จะกระหึ่มๆๆๆ แต่ฟังไปซักพักจะเหนื่อยมากๆ เหมือนไปฟังคอนเสิร์ตมายังไงยังงั้น

แต่พอต่อ Hornet เข้ากับ ER4S แล้วเหมือนจับคู่คนจากสองโลกมาอยู่ด้วยกัน แต่มันเวิร์ค ถ้าใช้ภาษายุคนี้ก็ต้องบอกว่า เสียงแหล่มเลย แต่เหมาะสำหรับเพลงแนวที่มีรายละเอียดเยอะๆ เช่น คลาสสิค ซิมโฟนี่ออเคสตร้า ซึ่งผมก็ match เซ็ตนี้มาเพื่อเพลงพวกนี้อยู่แล้ว ก็เลยตอบโจทย์ได้ตรงตัว

...

ลองมาคิดๆ ดูช่วงหลังๆ กระแสแอมพ์ของ RSA เริ่มจะไม่ค่อยเปรี้ยงปร้างเหมือนเมื่อหลายปีก่อน อาจจะเพราะเดี๋ยวนี้มีแอมพ์มากมายหลายเจ้า หลายราคา หลายเอกลักษณ์ ลูกเล่นมากมาย ให้คนได้จับจองกัน

นอกจากที่ผมว่ามาทั้งหมด ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่ผมชอบแอมพ์ของ RSA ก็คือคุณภาพในการผลิต แอมพ์แต่ละตัวมันช่างสวย น่าถือโชว์ เหมือนเป็น Accessory ที่มีระดับเลยทีเดียว

...

แต่ก็เหมือนประโยคที่ว่า เวลาเปลี่ยนคนก็เปลี่ยน ส่วนจะเปลี่ยนยังไงก็ต้องรออ่านคราวหน้าแล้วกันนะ ^^