25 มิ.ย. 2555

คันๆ มือ กับ Final Audio Design Adagio III


แบบว่าลองอันนึงแลัวมันก็เลยคันน่ะ



คันมือยิกๆ ก็เลยหยิบเอา Adagio III มาลอง ใช้เพลงเดิมที่ฟังกับ Adagio II แล้วก็ต้องอ้าปากค้างหวอๆๆๆ ฟังออกไม่ยากเลยว่า Adagio III คุมโทนเสียงได้ดีกว่า Adagio II ขนาดว่าตัวที่ลองตอนนี้คิดว่าน่าจะ burn-in ไม่เกิน 10 ชม. แต่เสียงที่ให้ถือว่าเข้ารูปเข้ารอยมาก เสียงแหลมไม่บาดหูแล้ว ซึ่งถือว่าคุมโทนเสียงได้ดีมากเลย


  • Set Fire to the Rain - Adele -> เสียงนุ่มมาก เบสยังคงเอกลักษณ์ของ Adagio อยู่ซึ่งต้องอุทานว่า Kicking A... ได้อารมณ์มาก
  • Turn Me On featuring Nicki Minaj - David Guette -> เสียงเพลงเร้าใจ และมีรายละเอียดดีขึ้นกว่า Adagio II ที่เหนือกว่า Adagio II คือเสียงแหลมที่ไม่บาดหู
  • มันคือความรัก - Lula - Lazy Sunday 2 -> ถ้าอธิบายในภาษาเราๆ ท่านๆ ก็ต้องบอกว่า เสียงกลมกล่อมใช้ได้ทีเดียว
  • เธอ เธอ เธอ - jetset'er - Lazy Sunday 2 -> ฟังแค่เสียงเปิดเพลงก็เคลิ้มแล้ว อ้าาาาาาา เพราะจัง
  • Almost Love - Ploy Chava - Lazy Sunday 2 -> ได้ยินเสียงอุคูเลเล่ รู้สึกได้เหมือนมีคนดีดสายจริงๆ หายใจเข้าเฮือกใหญ่ เพราะดี TvT 

โดยรวมผมพอใจกับเสียงของ Adagio III มากเลย สามารถสู้กับเพลงที่มีชิ้นดนตรีเยอะๆ ได้สบาย ไม่กระเจิง ด้วยราคาที่แพงกว่า Adagio II ไม่มาก ผมว่าถ้าใครที่ชอบเบสและอยากได้เสียงที่นุ่มแน่น ฟังแล้วสบายๆ ตัวนี้ไม่น่าจะทำให้ผิดหวังเลยนะ

อยากได้ หูฟัง Dynamic Driver เสียงเบสนุ่มๆ แน่นๆ เร้าใจได้ด้วย ต้องลองตัวนี้ดู

- Napsack